"เมื่อทางเดินที่เลือกเดิน...ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ"
แต่ฉันว่า...ทางเดินทุกทาง...ไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบต่างหาก
ไม่ว่าจะ หนามใหญ่ หนามเล็ก บางทีอาจเจอแค่ก้อนกรวด
แต่ไม่ว่าจะยังไง มันก็คือเส้นทางที่เราต้องเดินไปอยู่ดีนั่นแหละ
///////////////////
โตมาจนยี่สิบกว่าปี ประสบการณ์ที่ได้รับมันช่างมากมายเหลือเกิน
นึกถึงทีไรก็รู้สึกดีที่เราผ่านมันมาได้
เดินผ่านมันมา ทั้งที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา
เดินผ่านมาทั้งที่หัวใจโดนกรีดเป็นทางยาว
และเดินผ่านมาด้วยรอยยิ้ม...ก็มี
///////////////
ตอนเด็ก จำได้ว่าเป็นเด็กที่เงียบมาก ไม่ชอบพูดเพราะรู้สึกว่าไม่รู้จะพูดอะไร
อยู่กับพี่แฝด พี่พาไปไหนก็ไป ทำอะไรก็ทำ
ลายมือห่วยแตกสุดๆ ชอบทดเลขในหนังสือเรียน และเกลียดการวาดรูประบายสี
(ขนาดที่ว่าครูสั่งให้ระบายสีรูปอะไรซักอย่าง เราไปคว้าสีมาต็มกำมือแล้วถูๆๆๆไปให้มันเต็มรูป 5555)
ตอนปอสี่ รู้จักเพื่อนคนนึง ลายมือสวยมากกก ระบายสีสวย และหนังสือสะอาดเอี่ยม ไม่มีรอยทดเลข....
ตอนนั้นเราคิดแค่ว่า....ทำไม ลายมือ รูป และสมุดชั้นไม่เป้ะ อย่างเค้ามั่ง...
กลับมาบ้าน นั่งลบเลขที่ทดลงในหนังสือ เรื่มเขียนหนังสือสวยๆ(ไม่สวยก็ลบอยู่นั่นแหละ= =) เริ่มใจเย็นๆตอนระบายสี
เริ่มไม่ทำตามพี่ อยากจะทำที่ตัวเองอยากทำ(เริ่มกบฎ555)
ม.หนึ่ง เรียนแยกห้องกับพี่
เราอยู่ห้องรองคิง พี่อยู่ห้องบ้วย
เริ่มมีสังคม แต่ยังคงคอนเซปต์ ใครให้ช่วยทำไรก็ทำ
นานๆๆไป เอ้ะะ!!! ทำไมชั้นทำอยู่คนเดียวว้ะ จัดบอร์ด รายงาน งานประดิษฐ์
เลยเกิดอาการวีนแตกเป็นครั้งแรกในชีวิต 555
ทุกวันกลับถึงบ้าน เจ้จะเล่าๆๆๆเรื่องที่โรงเรียน
ส่วนเรา...เงียบ
(เคยคุยๆแล้ว...มันแหม่งๆ แบบว่าคุยแล้วรู้น้ะว่าคนฟังไม่สนุกแถมยังฟังเราไม่รู้เรื่อง)
ก็เลยเปนเช่นนั้นเรื่อยมา...
มอ.ปลาย มาเรียนโรงเรียนแถวบ้าน
ห้องเดียวกับพี่แฝด
ทีนี้ก้นิ่งใหญ่ พี่มีไรก็เล่าให้แม่ฟังหมด โอเค ดี ชั้นไม่ต้องเล่าอะไร สบายตัวไป อุอุ
แต่เวลาอยู่กับเพื่อนก็คุยเฮฮาได้นะ เพื่อนก็ฮา แต่มาคุยที่บ้าน มันไม่ฮา ไม่รู้ทำไม เหอๆ
มหาลัย
อยุ่หอมั่ง บ้านมั่ง คงคอนเซปไม่ค่อยพูดเช่นเดิม
เหนื่อยโคตรชีวิตมหาลัย
สุดท้ายคงเป็นเพราะไม่รู้จะพูดอะไร...ทำให้ความไม่เข้าใจเกิดขึ้น
ความจริงเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากๆๆ บ่อยจนเบื่อ
แต่หนักๆเข้า มันเกิดเป็นความน้อยใจ เสียใจ
ว่าอยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ ไม่รู้เลยหรือ ว่าเรานิสัยเป็นยังไง
กลับบ้านที เจอแต่เรื่องปวดหัว ไม่เรื่องนั่นก็เรื่องนี้
เราเองก็พยายามเข้าใจ และพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
เงินรายเดือน ได้มาเท่าไหร่ก็ไมเคยขอเพิ่ม แม้แต่ครั้งเดียว
ถึงแม้จะโดนบ่น โดนด่า โดนด่ายังไงตอนนี้เราไม่สนล้ะ
เรารู้แค่ว่า ตอนนี้ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
เค้าอาจยังไม่เห้น เพียงเพราะเราไม่เคยพูด
(เอาจริงๆเถอะนะ หากว่าพูดไปแล้วทำไม่ได้ จะพูดไปทำไมกัน)
ความดีมันไม่สามารถวัดได้ในวันนี้ ก็รออนาคตข้างหน้า
ความตั้งใจของเราคือสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง
โดยลบแบกกราวน์ของพ่อแม่ออกจนหมด
//////////////////
วันที่พ่อแม่ภูมิใจ ไมใช่แค่ใส่ยูนิฟอร์มนักศึกษาเท่ๆ
ไม่ใช่แค่ชุดครุยในวันรับปริญญา
แต่เป็นความมั่นคงและความสุขในชีวิต
ให้พ่อแม่วางใจ และภูมิใจ ที่ได้เลี้ยงลูกคนนี้มา
/////////////////
การยืนด้วยตัวเอง เป็นคามฝันอันสุงสุดในชีวิตของฉัน....

